กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.. ❤

 

มีหมาน้อยตัวหนึ่ง ซึ่งมีขนสีน้ำตาลและดวงตากลมโต หมาน้อยตัวนี้ถูกเจ้าของใจร้ายเอามาทิ้งไว้ข้างถนนและมีเพียงลังกระดาษใบเล็กๆเป็นที่ให้พักพิง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาในตอนเช้าขวักไขว่ แต่กลับไม่มีคนใจดีสักคนที่จะมีน้ำใจหรือเมตตากับเจ้าหมาน้อยผู้น่าสงสารตัวนี้เลย..

อากาศเย็นลงทุกที.. ช่างน่าสงสารเจ้าหมาน้อยที่ทำได้แต่ขดตัวอยู่ในลังกระดาษใบแคบๆอย่างหิวโซ มีเพียงขนสีน้ำตาลอ่อนนุ่มซึ่งปกคลุมตัวมันอยู่เท่านั้นที่สามารถจะช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บอันโหดร้ายจากภายนอกได้

เจ้าหมาน้อยทั้งหนาว..และก็หิว มันหวังว่า บางทีอาจจะมีคนใจดีสักคนมาเก็บมันไปเลี้ยงดูหรือให้อาหารบ้าง แต่เจ้าหมาน้อยก็ทำได้เพียงแค่รอ รอแล้ว..รอเล่า เพราะไม่มีมนุษย์คนไหนเลยที่จะเหลียวแลมามองชีวิตน้อยๆที่รออย่างมีความหวังอยู่ภายในลังกระดาษใบเก่าๆอันแสนซอมซ่อ

ค่ำคืนหนึ่ง.. หิมะเริ่มโปรยปราย ละอองอ่อนนุ่มสีขาวบริสุทธิ์แตะกระทบเปลือกตาของเจ้าหมาน้อยที่นอนขดตัวอยู่ในลัง ลูกหมาน้อยได้แต่เพียงปริบปรือตาขึ้นมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรง เพราะไม่รู้จักวิธีหาอาหารและหวาดกลัวเกินกว่าจะออกจากลังที่ตนเองอยู่ จึงไม่มีแม้แต่เศษอาหารใดๆที่ตกถึงท้องของเจ้าหมาน้อยเลยสักนิด เจ้าหมาน้อยรู้สึกอ่อนแรงมากจนแทบไม่มีแรงขยับเขยื้อนตัวไปไหน

ร่างกายของเจ้าหมาน้อยสั่นระริก ลำพังเพียงแค่ขนอันอ่อนนุ่มไม่สามารถช่วยปกป้องความหนาวที่บาดเข้าไปใต้ผิวหนังได้

เจ้าหมาน้อยไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะลืมตา..

 

 

"นั่นลังอะไรน่ะ ดัสเชส..?"

 

 

เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางควมเงียบสงัดและมืดมิดยามค่ำคืน เจ้าหมาน้อยได้ยิน.. หากแต่ไม่อาจจะฝืนลืมตาขึ้นได้ไหว ไม่นานนักฝีเท้าทั้งสองคู่ก็เดินเข้ามาใกล้ลังกระดาษสีน้ำตาลใบเก่าๆสภาพซอมซ่อที่ตั้งอยู่ริมทางถนน

 

"ลูกหมา.."

 

เสียงนั้นอุทานขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่อมองเห็นลูกหมาน้อยขนสีน้ำตาลที่นอนหายใจรวยระรินอยู่ภายในกล่องใบนั้น เจ้าหมาน้อยรู้สึกมนุษย์คนนั้นกำลังย่อตัวลงเพื่อชะโงกหน้ามามองดูมัน 

 

"องค์หญิง.."

 

เสียงนั้นเหมือนจะปรามอยู่ในทีหากแต่อีกฝ่ายกลับแทรกขึ้นมา

 

"น่าสงสาร.. ท่าทางไม่แข็งแรงเลยดัสเชส.."

 

"กระหม่อมว่า.."

 

"เอากลับวังไปด้วยก็คงช่วยไม่ให้หนาวตายอยู่ตรงนี้"

 

น้ำเสียงอ่อนหวานนั้นเหมือนจะแย้งกลับอยู่กลายๆ 

 

"แต่ถ้ามิสมาธาร์รู้กระหม่อมเกรงว่า.."

 

"เราคือองค์หญิงนะดัสเชสมิใช่มาธาร์.."

 

ปลายเสียงทอดลง เหมือนประโยคสุดท้ายนั้นจะทำให้ค่สนทนาเงียบลงไปได้ เจ้าหมาน้อยรู้สึกถึงแรงสัมผัสบางเบาที่ค่อยๆประคองมันขึ้นมาจากลังอันเปียกชื้น ปลายนิ้วอ่อนนุ่มและกลิ่นกายหอมละมุนผลุกเจ้าหมาน้อยที่กำลังไม่ได้สติให้ค่อยๆปริบปรือตาขึ้นมาน้อยๆ

 

"ขนสีน้ำตาลด้วย.. เจ้าช่างน่าเอ็นดู.."

 

เสียงนั้นช่างอ่อนหวาน.. เจ้าหมาน้อยรู้สึกว่าตัวของมันถูกนำไปซุกซบไว้แนบกับอกของคนอุ้มโดยที่ไม่ได้รังเกียจแม้ว่ามันจะทั้งสกปรกและเปียกปอนด้วยละอองหิมะ

 

"กลับกันเถิดดัสเชส..เจ้าหมาน้อยท่าทางหนาวเหน็บยิ่งนัก.."

 

"ขอรับ.."

 

ชายวัยกลางคนผู้นั้นเดินตรงไปเตรียมความพร้อมของรถม้าในขณะที่บุคคลผู้ใจดีกำลังพูดกับเจ้าหมาน้อยที่น่าเวทนา

 

"เจ้าคงหิวและหวาดกลัวมากสินะ.."

 

เสียงเรียกของอีกคนที่เดินไปเปิดประตูรถม้ารอดังมาแว่วๆ เจ้าหมาน้อยพยายามฝืนเปลือกตาขึ้นมองใบหน้าของมนุษย์ผู้มีจิตใจเมตตาอารี ลมหายใจอุ่นๆปะทะเข้ากับขนอ่อนนุ่ม คงจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้กระมัง.. 

 

"แต่เจ้าไม่ต้องห่วงสิ่งใดอีกแล้ว.."

 

ในที่สุดเจ้าหมาน้อยลืมตาขึ้นมาได้สำเร็จ สิ่งแรกที่สะท้อนเข้ามาในลูกตากลมโตนั้นคือแววตาสีน้ำตาลใส.. ชั่ววินาทีแรกที่เจ้าหมาน้อยได้มีโอกาสเห็นหน้ามนุษย์ที่จิตใจงดงามคนนั้น

 

"เพราะต่อไปนี้ เจ้าคือหมาน้อยของข้า"

 

ผิวขาวจัดกว่าปุยหิมะและกลีบปากแดงสดราวบุปผาแรกแย้ม

 

 

 

จิตใจว่างามงดแล้ว.. หากแต่ดวงหน้ากลับสวยสดยิ่งกว่าสิ่งใดที่เคยพานพบ

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- มันคืออะไร =_="
- อารมณ์เพ้อๆ
- เจ้าชายเจ้าหญิงและความสุขนิจนิรันด์
- เทพนิยายทำให้ความรักงดงามเสมอ
- แค่ลืมโลกความจริงที่โหดร้ายและปล่อยวางทุกสิ่ง
- ตอนแต่งฟัง 사랑인가요
- แต่ยังไม่อยากเปลี่ยนเพลงในบล็อก
- หมาน้อยปั่นจักรยาน ~
- "......................"

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ไอเดียบรรเจิดมากอ่ะพี่จ๋อม
555555 5

ฟ่างก็ว่าแล้วว่าโฮแน่..ช่วงนี้ยิ่งเหมือนหมาน้อยอยู่

#3 By K.Millet on 2009-11-16 18:26

ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นเจ้าหญิงคีย์กับหมาน้อยมินโฮ
เอิ๊กๆ หลานๆ ปู่ชอบๆ
เทพนิยายล่ะ สุดยอดแล้วววววววววว

จุ๊บๆ

#2 By เจ้นน้อย on 2009-11-16 00:41

จ๋อมถ้วยเวิ่นนนนนนนนนนนนนน 555+

ปล. ดัชเชส ทำให้นึกถึงการ์ตูนแมวเหมียวเรื่องนึงเมื่อนานมาแล้ว

#1 By paku-noda on 2009-11-15 21:31